fbpx
แจ้งชำระเงิน

ไขมันทรานส์ คืออะไร (TRANS FAT) วายร้ายโรคหัวใจและหลอดเลือด

ไขมันทรานส์ คือ ไขมันที่เกิดจากการนำไขมันจากพืช หรือไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันพืช มาเติมฟองอากาศจากไฮโดรเจนลงไปบางส่วน (Partially Hydrogenated Oil) เพื่อแปลงสภาพให้กลายเป็นของแข็ง หรือกึ่งเหลว กลายเป็นไขมันอิ่มตัว อย่างเช่น เนยเทียม เนยขาว มาร์การีน ครีมเทียม ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า กระบวนการไฮโดรจีเนชั่น (Hydrogenation) นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพท่อให้อาหารมีรสสัมผัสนุ่ม อีกทั้งยังช่วยยืดอายุของอาหารได้อีกด้วย

ไขมันทรานส์ คืออะไร

สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.ไขมันทรานส์ที่มาจากตามธรรมชาติ – สามารถพบได้ในเนื้อสัตว์ที่เป็นสัตว์ประเภทเคี้ยวเอี้ยง เช่น วัว ควาย และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ประเภทดังกล่าวด้วย เช่น นม ชีส เนย แต่ก็มีปริมาณไม่มากนัก หากบริโภคในระดับที่เหมาะสม ก็ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

2.ไขมันทรานส์ที่มาจากกระบวนการเติมไฮโดรเจน – เป็นไขมันทรานส์จากการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) โดยเป็นการเติมลงไปในน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เพื่อให้มีคุณสมบัติเหมือนกับไขมันสัตว์ สาเหตุเพราะมีต้นทุนต่ำกว่า ขึ้นหืนช้า และสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ส่วนมากแล้วกลุ่มนี้จะมีปริมาณไขมันทรานส์สูง

มีงานวิจัยว่า ผลร้ายของไขมันทรานส์มากกว่าไขมันอิ่มตัวถึง 10 เท่า

เนื่องจากไขมันทรานส์จะทำให้ระดับคลอเรสเตอรอลชนิดไขมันเลว (LDH) และไตรกลีเซอไรด์เพิ่มสูงขึ้นมาก รวมถึงส่งผลทำให้ระดับไขมันดี (HDL) ลดน้อยลง ส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากครับ

พบได้ในอาหารประเภทไหน

ไขมันทรานส์ที่สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร ส่วนมากจะเป็นไขมันทรานส์ที่มาจากกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ได้แก่ 

  • เนยเทียมหรือเนยขาว 
  • ผลิตภัณฑ์ในร้านเบเกอรี่ เช่น ขนมปังกรอบ พาย เค้ก คุกกี้ ฯลฯ
  • อาหารที่ผ่านการทอดโดยใช้น้ำมันที่ต้องใช้อุณหภูมิสูง ส่วนมากเพื่อให้มีลักษณะกรอบนอกนุ่มใน เช่น โดนัท
  • ครีมเทียม

อาหารและผลิตภัณฑ์ที่มักเข้าใจว่าเป็นแหล่งของไขมันทรานส์

กลุ่มอาหารที่มีส่วนผสมของเนยเทียม และเนยขาว ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มีการปรับสูตรและกรบวนการผลิตโดยไม่ใช้น้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนบางส่วนแล้ว ดังนั้นเราจึงสามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีไขมันทรานส์มากเกินไป

ในส่วนของครีมเทียมนั้น ในประเทศไทยใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบในการผลิตและปรับกระบวนการเช่นกัน จึงไม่ใช่แหล่งของไขมันทรานส์

อีกส่วนหนึ่งที่กังวลกันก็คือ น้ำมันที่นำมาทอดซ้ำ ซึ่งจะยังพบบ่อยในร้ายอาหารบางแห่งนั้น ก็ไม่ได้เป็นแหล่งไขมันทรานส์เช่นกันครับ แต่ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นแหล่งของสารก่อมะเร็ง

 

โดยสรุปแล้ว ในประเทศไทยเวลานี้มีการปรับกระบวนการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องไปมาก ทำให้การเป็นแหล่ของไขมันทรานส์ไม่ได้เป็นความเสี่ยงสูงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แต่ก็ยังคงต้องระวังในแง่ของการบริโภคที่เหมาะสมว่าไม่ควรมากเกินไป ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคและอาการต่างๆได้ในอนาคตครับ

 

ยังมีสาระความรู้เพื่อสุขภาพอีกมากมาย คลิ๊กเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิชัยพัฒนา

www.teaoilcenter.org/ไ-มันทรานส์-trans-fat-คืออะไร/