fbpx
แจ้งชำระเงิน

วิธีดูแลเบาหวานหน้าร้อน เลี่ยงและป้องกันอย่างถูกวิธี

วิธีดูแลเบาหวานหน้าร้อน เลี่ยงและป้องกันอย่างถูกวิธี

วิธีดูแลเบาหวานหน้าร้อน เลี่ยงและป้องกันอย่างถูกวิธี

เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ซึ่งจะร้อนมากที่สุดในฤดูร้อน จึงต้องรู้วิธีดูแลเบาหวานหน้าร้อนตลอดช่วง กุมภาพันธ์ถึงปลายพฤษภาคม บางปีอาจยาวนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของโลก ซึ่งหากเป็นคนปกติอากาศร้อนก็แค่เหงื่อออก แก้ได้โดยการเปิดพัดลม เปิดแอร์ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ แต่กับผู้ป่วยเบาหวานไม่ใช่แบบนั้น เพราะมีหลายปัจจัยมากๆที่ทำให้ต้องระวังตัวในฤดูร้อนนี้เป็นพิเศษ มิเช่นนั้นอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันและเกิดอันตรายร้ายแรงได้
ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเรื่องอะไรเป็นพิเศษในหน้าร้อน มาดูกัน

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำในหน้าร้อนเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้สูญเสียน้ำได้มากกว่าปกติ ขับถ่ายไม่เป็นปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงและเกิดการคั่งค้าง ดังนั้นการดื่มน้ำ ชั่วโมงละ 1 ลิตร หรือดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 6 – 8 แก้ว จึงเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยเบาหวานควรจำขึ้นใจ

ห้ามเดินเท้าเปล่าในหน้าร้อนอย่างเด็ดขาด

โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ร้อน การเดินบนพื้นเปล่าในหน้าร้อนอาจก่อให้เกิดบาดแผลกว่าปกติ ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานหากเกิดบาดแผลนั้นจะหายช้ากว่าปกติมากเพราะเลือดไปเลี้ยงได้น้อยและมีโอกาสลุกลามติดเชื้อรุนแรง ดังนั้นการป้องกันไว้จึงดีกว่าแก้นั่นเอง

ออกกำลังกายในที่อากาศถ่ายเท

เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกมากนัก การออกกำลังกายในพื้นคับแคบเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการอึดอัด หายใจติดขัด จนอาจทำให้เป็นลมจนเกิดอันตรายได้

ระวังโรคลมแดด

โรคฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดดที่มักมีโอกาสเกิดขึ้นได้หากอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ทั้งการหายใจไม่สะดวก มีเหงื่อออกมากจนระดับน้ำตาลลดเร็วเกินไป ส่งผลให้หน้ามืด เป็นลม หายจไม่ออก อาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้

ควบคุมและระมัดระวังเรื่องการเลือกอาหารมากขึ้น

หากทานหวานมาก จนทำให้ค่าน้ำตาลพุ่งสูงจนทำให้อาการของโรคออกมาจะทำให้อันตรายมากขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยของสภาพอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ควบคุมอุณหภูมิของอินซูลินให้ปกติ

หลีกเลี่ยงการนำอินซูลินไปเก็บไว้ในที่ร้อนจัด เช่น กลางแดด หรือห้องที่โดนแดดโดยตรง เพราะจะทำให้อินซูลินเสื่อมเร็วขึ้น ควรจัดเก็บในอุณหภูมิห้อง หรือตู้เย็น (2 – 4 เซลเซียส) เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไป

อย่าเครียดหรือวิตกกังวล

อากาศร้อนอาจทำให้เกิดความไม่สบายตัว จนนำไปสู่ความหงุดหงิด ความเครียด และวิตกกังวล ส่งผลให้เกิดการอยากน้ำตาล ค่าระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นขึ้นได้ หากเกิดความหงุดหงิดควรไปที่ๆอากาศถ่ายเท เปิดพัดลม และจิบเครื่องดื่มเย็นๆ จะสามารถช่วยได้เยอะ

แม้หน้าร้อนจะทำให้ลำบากขึ้นสักหน่อย แต่ถ้าหากอาศัยการปรับเปลี่ยนการดูแลตัวเองให้สอดคล้องกับสภาพอากาศได้ ก็จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลได้นั่นเอง

ติดตามสาระน่ารู้จากต่อได้ ที่นี่ เลย
ข้อมูลจาก:health.clevelandclinic.org