fbpx

ชาคาโมมายล์ ดื่มตอนไหนดีที่สุด โดยเฉพาะคนที่ต้องการให้หลับง่ายขึ้น

ชาคาโมมายล์ ดื่มตอนไหนดี ดื่มถูกวิธี หลับง่ายๆ
ชาคาโมมายล์ ดื่มตอนไหนดี ดื่มถูกวิธี หลับง่ายๆ

สารบัญเนื้อหา

คาโมมายล์ (chamomile) คืออะไร

คาโมมายล์ (chamomile) คือดอกไม้ตระกูลเดียวกับดอกเดซี่ (Daisy Flower) รูปร่างคล้ายกันจนคนส่วนใหญ่เข้าใจผิด ว่าเป็นดอกเดียวกัน แต่ดอกคาโมมายล์นั้นถูกนำมาเป็นยาสมุนไพรมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว เพราะมีการค้นพบว่า คาโมมายล์ (Chamomile) เมื่อนำไปต้มเป็นชา จะมีกลิ่นหอม หวาน และยังช่วยลดความเครียด และอาการวิตกกังวลได้อีกด้วย แถมชาคาโมมายล์ (Chamomile) ยังเป็นชาที่ไม่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบอีกด้วย และยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสมองและร่างกายอีกด้วย

คาโมมายล์ คืออะไร (chamomile) ตัวช่วยหลับง่าย คลายกังวล

ชาคาโมมายล์ ดื่มตอนไหนดีที่สุด

ก่อนนอน หลับสบาย

มีการศึกษาว่าชาคาโมมายล์ ดื่มตอนไหนดีพบว่าชาคาโมมายล์ อุ่นๆ 1 แก้วก่อนนอน ประมาณ 45 นาที ช่วยให้ร่างกายย่อยสารเคมีที่จำเป็นในชาคาโมมายล์อย่างฟลาโวนอยด์ที่ไปช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายกระตุ้นการนอนหลับของคุณ เหมือนกอดที่อบอุ่นก่อนนอนคอยกล่อมให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเงียบสงบขึ้น สำคัญที่สุดคือ ไม่มีคาเฟอีน

หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น สบายท้อง

การดื่มชาคาโมมายล์ประมาณ 1 ถ้วยหลังอาหาร 30 นาที จะช่วยลดอาการท้องอืด และอาหารไม่ย่อยได้ดี และยังช่วยปรับสมดุลของเกลือในร่างกายอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน การดื่มชาคาโมมายล์หลังอาหารประมาณ 30 นาที ทุกมื้อ สามารถช่วยให้อาการเบาหวานของคุณดีขึ้นได้

ดื่มได้ทุกช่วงเวลา คลายเครียด

ชาคาโมมายล์ เป็นชาที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และ ไม่มีคาเฟอีน การดื่มชาคาโมมายล์ระหว่างวันที่รู้สึกหิวน้ำ หรือ เครียดๆ ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้

ชาคาโมมายล์ ประโยชน์มีอะไรบ้าง

1.อาจทำให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น

ชาคาโมมายล์อาจมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น โดยการไปลดความเสี่ยงของภาวะระบบทางเดินอาหารบางอย่าง และยังมีการศึกษาที่พบว่าชาคาโมมายล์มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องร่วงในหนูได้ และยังช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจนำไปสู่แผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาเหล่านี้ยังเป็นการศึกษาในหนูทดลองอยู่ ยังขาดการศึกษาในมนุษย์อยยู่พอสมควร

2.ลดอาการปวดประจำเดือน

มีการศึกษาหลายชิ้นเกี่ยวกับการใช้ชาคาโมมายล์ในการลดอาการปวดประจำเดือนผลลัพธ์ที่ได้คือ การดื่มชาคาโมมายล์เป็นเวลา 1 เดือน มีส่วนช่วยทำให้อาการปวดประจำเดือนลดลงได้

3.ลดระดับน้ำตาลในเลือดและรักษาเบาหวาน

มีการศึกษาการใช้ชาคาโมมายล์ในผู้ป่วยเบาหวาน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ชาคาโมมายล์ไม่สามารถทดแทนการรักษาเบาหวานจากยาที่แพทย์สั่งปกติได้ แต่อาจมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่ตามมาจากโรคเบาเวานได้

4.ป้องกันโรคกระดูกพรุน

มีการศึกษาเมื่อปี 2004 เกี่ยวกับการใช้ชาคาโมมายล์ป้องกันโรคกระดูกพรุนผลลัพธ์ที่ได้คือชาคาโมมายล์อาจมีผลข่วยต้าน Estrogenic และช่วยเสริมความหนนแน่นของกระดูกอีกด้วย (Estrogen คือ ภาวะขาดฮอร์โมนเพศ ทำให้เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างกระดูกทำงานได้น้อยลงกว่าปกติ)

5.อาจบำรุงหัวใจ

เนื่องจากชาคาโมมายล์มีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อฟลาโวนที่มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นตัวกาลของโรคหัวใจ และนอกจานี้ยังมีการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวาน 64 ราย พบว่า การดื่มชาคาโมมายล์พร้อมอาหารมีส่วนช่วยปรับปรุงระดับคอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์และ ไขมันเลว (LDL) ได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องการวิจัยอีกเพื่อยืนยันการศึกษานี้ ว่าสามารถช่วยได้จริงหรือไม่

6.ลดภาวะซึมเศร้า

มีหลักฐานบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่าชาคาโมมายล์อาจช่วยลดความวิตกกังวลที่รุนแรงของภาวะซึมเศร้าได้ แต่อาจจะต้องใช้เป็นน้ำหอมระเหยหรืออาหารเสริม
บำรุงผิว (เครื่องสำอาง)

มีรายงานว่าดอกคาโมมายล์มีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังและยังช่วยลดการอักเสบของผิวหนังอีกด้วย

7.ลดการอักเสบ

ชาคาโมมายลล์มีสารประกอบทางเคมี ที่อาจมีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้

8.อาจป้องกันและรักษามะเร็ง

มีการศึกษาพบว่าชาคาโมมายล์อาจมีส่วนป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งพัฒนาต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการศึกษาในสัตว์ทดลอง ยังขาดการศึกษาในมนุษย์อีกมาก เพื่อหาผลลัพธ์ต่อมนุษย์จริงๆ

9.ช่วยให้ผ่อนคลายหลับง่ายขึ้น

มีการศึกษาจากทั้งในมนุษย์และสัตว์ทดลองในการใช้คาโมมายล์เพื่อให้หลับง่ายขึ้นพบว่าชาคาโมมายล์อาจมีส่วนช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล เหมือนยาเบนโวไดอะซีปีน ที่แพทย์จะให้เพื่อลดความวิตกกังวลได้

10.รักษาหวัด

ข้อนี้มีการใช้กันมานานแล้ว และยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบว่าการสูดดมไอน้ำจากการสกัดชาคาโมมายล์สามารถช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยังไม่มีการพิสูจน์หรือวิจัยอย่างจริงๆจังๆสำหรับเรื่องนี้

11.อาจรักษากลากเกลือและผิวอักเสบอ่อนๆ

มีการศึกษาโดยการใช้คาโมมายล์กับน้ำผึ้งโดยตรงกับแผล พบว่าอาจมีส่วนช่วยให้กลากเกลือและผิวอักเสบอ่อนๆ ได้

ชาคาโมมายล์ อันตรายไหม ?

โดยทั่วไปแล้ว การดื่มชาคาโมมายล์ค่อนข้างที่จะปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป แต่อาจอันตรายสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ และในเครื่องสำอาง อาจระคายเคืองต่อดวงตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้

ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ควรระวัง

ถ้ารู้สึกเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการดื่มชาคาโมมายล์ควรหยุดดื่มทันที

ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้พืชตระกูลเดซี่

ถ้าเคยมีประวัตรการแพ้แพ้พืชตระกูลเดซี่ เช่น ดอกเบญจมาศ ไม่ควรดื่มชาคาโมมายล์หรือถ้าไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ แล้วเผลอไปดื่มแล้วมีอาการไม่ดี ควรเลิกดื่มทันที

ไม่เหมาะกับเด็กเล็กและเด็กทารก

ชาคาโมมายล์คล้ายกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาตอื่นๆ ที่อาจปนเปื้อนด้วยสปอร์โบทูลิซึม สำหรับผู้ใหญ่อาจจะไม่มีผล แต่กับเด็กเล็กหรือทารกอาจะไม่สามารถสู้กับการติดเชื้อนี้ได้

สเปรย์พ่นคอ คาโมมาย ป้องกันและรักษาการเจ็บคอ (แถมส่งท้าย)

มีการศึกษาการใช้สารสกัดคาโมไมล์ 111 มก. ให้กับผู้ทดลอง ก่อนผ่าตัดเกี่ยวกับกล่องเสียงและคนที่มีอาการเสียงแหบ กลุ่มที่ 1 และใช้สเปรย์น้ำเกลือปกติ กับกลุ่มที่ 2 (กลุ่มหลอก) ผู้ป่วยจำนวน 42 คน จาก 80 คน ในกลุ่มที่รับสเปรย์พ่นคอ คาโมมายล์ ไม่รู้สึกเจ็บคอสเปรย์พ่นคอ น้ำเกลือ 41 ราย ผลก็ไม่ได้ต่างกันมาก ดังนั้นการใช้สเปรย์พ่นคอ คาโมมายล์ก่อนผ่าตัดจึงไม่สามารถป้องกันการเจ็บคอและเสียงแหบหลังผ่าตัดได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้คาโมมายล์ในการรักษากลากเกลื้อนหรือการอักเสบต่างๆ บนผิวหนังที่ไม่ได้ร้ายแรง ซึ่งคาโมมายล์มีส่วนช่วยลดการอักเสบได้ในระดับนึง แต่ไม่สามารถใช้แทนยาได้ทั้งหมด และการศึกษาที่ไม่ได้ผลก็เป็นการใช้สารสกัดคาโมมายล์ก็ในการรักษาอาการหลังผ่าตัด ดังนั้นสเปรย์พ่นคอ คาโมมายอาจมีส่วนช่วยให้ชุ่มหอและหายเจ็บคอได้ดีขึ้นเมื่อผสมกับสารสกัดอื่นๆ และด้วยความหวานจากธรรมชาติที่ไม่อันตรายของคาโมมายล์ ก็จะทำให้หวานชุ่มคอ สามารถพ่นเพื่อ ป้องกันและรักษาอาการเจ็บคอได้ดีขึ้นอีกด้วย แต่ให้ระวังการพ่น ไม่ให้เข้าตา อาจเกิดการระคายเคืองได้

สรุป ชาคาโมมายล์ ดื่มตอนไหนดีที่สุด

ชาคาโมมายล์มีการใช้มาตั้งแต่โบราณและแทบจะไม่มีข้อเสียเลยยกเว้นแต่คนที่แพ้ และเด็กเล็กเพียงเท่านั้นที่ไม่ควรดื่ม แต่ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับคนอยากพักผ่อนคือ ดื่ม 1 แก้ว 45 นาที ก่อนนอน หรือสำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพ สามารถดื่มหลังอาหาร 30 นาที หรืออยากผ่อนคลายเฉยๆก็สามารถดื่มระหว่างวันได้เลย ไม่มีผลเสียใดๆ

Facebook
Twitter

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

สาระน่ารู้อื่นๆ