ผักเชียงดา สรรพคุณมากมายขึ้นชื่อราชินีผักพื้นบ้านของภาคเหนือ

ผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านที่สามารถพบได้บริเวณตอนเหนือของไทย มีลักษณะไม้เถาเลื้อย ใบเดี่ยวรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อๆ คนท้องถิ่นจะรู้จักในหลากหลายชื่อ เช่น ผักกูด ผักม้วนไก่ ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Gymnema Inodorum ซึ่งคำว่า Gymnema มีรากศัพท์มาจากภาษาฮินดู “Gurmar” ซึ่งแปลได้ว่า ผู้ฆ่าน้ำตาล แน่นอนว่าสรรพคุณของผักเชียงดานั้นก็คือการช่วยลด ต้าน สะสาง น้ำตาลในเลือดนั่นเอง

 

โดยในผักเชียงดาจะมีสารที่เรียกว่า Gymnemic Acid ที่ทีฤทธิ์ในการยับยั้งการขนส่งน้ำตาลและชะลอการดูดซึมในลำไส้เล็กนั่นเอง โดยส่วนใหญ่นิยมบริโภคด้วยการต้มกิน ก่อนจะเริ่มมีการแปรรูปในรูปแบบต่างๆ เช่น บดละเอียดแล้วทำเป็นแคปซูลยา และทำเป็นซองชาชง ซึ่งสะดวกต่อการบริโภคของผู้ป่วยที่มีภาวะค่าน้ำตาลสูง โดยจำนวนของสารสำคัญที่เหมาะสมคือ 25% ขึ้นไป จึงจะทำให้การออกฤทธิ์ในการยับยั้งน้ำตาลมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

นอกจากจะมีสรรพคุณในการต้านน้ำตาลแล้วนั้น ผักเชียงดายังมีฤทธิ์เป็นยาเย็น สามารถช่วยแก้ไข้ บำรุงร่างกาย ได้ด้วยการชงดื่ม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความชรา แก้ท้องผูก บำรุงตับอ่อนและแก้หอบหืด โดยไม่ปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงของการบริโภคผักเชียงดา แต่ข้อแนะนำคือหลีกเลี่ยงการบริโภคผักเชียงดาในขณะท้องว่าง เพราะตัวผักมีกรดมากอาจจะเกิดอาการปวดท้องได้

ผักเชียงดา สุดยอดสมุนไพรลดน้ำตาล

ผักเชียงดา (Gymnema Inodorum) เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณไม่ธรรมดาเหมือนชื่อ จนถูกเรียกว่าเป็น “สมุนไพรนักฆ่าน้ำตาล” เพราะจากหลายงานวิจัยในระดับสากลพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สารสำคัญในผักเชียงดา สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างน่าตกใจ จนถูกนำมาพัฒนาและวิจัยต่อจนสามารถกลายเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยบรรเทา ภาวะค่าน้ำตาลสูง และสามารถบำบัดอาการของ “โรคเบาหวาน” ได้ ความนิยมในตัวผักเชียงดาเพิ่มขึ้นจนมีการใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลก

ผักเชียงดาฆ่าน้ำตาลได้อย่างไร?

สารสำคัญของผักเชียงดามีชื่อว่า จิมนิมิก เอซิด (Gymnemic Acid) เป็นสารที่มีโมเลกุลคล้ายกับน้ำตาล เมื่อเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจะดูดซึม จิมนิมิก เอซิด แทนน้ำตาลตัวจริง จากนั้นร่างกายจะขับน้ำตาลตัวจริงออกทางปัสสาวะอีกด้วย ส่งผลให้ค่าน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผักเชียงดา หรือ ผักจินดา (ภาษาท้องถิ่น) เป็นพืชสมุนไพรที่พบได้มากในภาคเหนือของประเทศไทย มีลักษณะเป็นเถาเลื้อย ใบเรียว สีเขียวเข้ม คนพื้นที่ มักนำผักเชียงดามาบริโภคในรูปแบบต่าง ไม่ว่าจะประกอบอาหาร ชงเป็นชา หรือแม้กระทั่งบดผงทำเป็นยารักษาโรคเบาหวาน

       มีการทดสอบโดยอาสาสมัครด้วยวิธิการให้ทดลองดื่มชาจากผักเชียงดา(ใบเชียงดาอบแห้ง1.5 ก.กับน้ำร้อน 150 มล.) โดยดื่มทันทีหลังการทดสอบค่าน้ำตาล พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง ยังได้มีการค้นพบอีกว่า การรับประทานชาเชียงดา วันละ 1 แก้ว หลังอาหารต่อเนื่องเป็นเวลา 28 วันส่งผลให้สามารถควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ทานผักเชียงดา

      แม้ว่าการศึกษาฤทธิ์และสรรพคุณของผักเชียงดาจะยังมีไม่มากนัก แต่จากการศึกษาในปัจจุบันทำให้ผักเชียงดามีแนวโน้มและการคาดการณ์สูงที่จะถูกใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสภาวะน้ำตาลสูงในเลือดได้ แม้ว่าการบริโภคผักเชียงดาจะมีการบริโภคมาอย่างช้านาน แต่จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีการรายงานถึงอันตรายจากการรับประทาน อย่างไรก็มีข้อความควรระวังอยู่อย่างเช่นการบริโภคมากเกินไปอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำตาลต่ำเกินไปได้

 

เอกสารอ้างอิง

กนกพร อะทะวงษา ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของผักเชียงดา จุลสารข้อมูลสมุนไพร
ฉบับ 34(4) กรกฎาคม 2560